Article

สิ่งที่ SE ควรโฟกัส เมื่อเติบโต


ทำไมทีมก็ดูโตนะแต่ยังเหนื่อยเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม??!! ตกลงเราสร้าง impact อยู่รึเปล่านะ??!! ความสับสน ไม่มั่นใจ ในการดำเนินงานที่ถือเป็นเรื่องปกติ ของคนที่เข้าสู่เส้นทางผู้ประกอบการโดยเฉพาะคนที่ทำกิจการเพื่อสังคม เพราะตัวเงินไม่ได้ตอบโจทย์ของชีวิตได้ทั้งหมด แล้วต้องทำอย่างไร สิ่งที่ SE ที่ดำเนินงานมาสักพักแล้วควรคิดมีอะไรบ้าง เราลองรวบรวมมาให้แล้ว

ภาพประกอบเนื้อหา

Heart สิ่งที่หัวใจอยากทำ

  • กิจการเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร

เมื่อเราดำเนินงานมากขึ้น ข้อมูลสมมติฐานการทำงานของเราจะเริ่มเด่นชัดขึ้นจากเดิม มีมุมมองต่อประเด็นปัญหานั้นๆได้รอบด้านมากขึ้น มองเห็นผู้เกี่ยวข้องเยอะขึ้น การที่ได้กลับมาหยุดพักและพิจารณาว่าตกลงแล้วจุดไหนที่เราทำได้ดีจริง จะช่วยให้เรามุ่งพัฒนาสินค้า บริการที่มีจุดขายของ "คุณค่าทางสังคม" ได้ดียิ่งขึ้น

  • ใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์

หากเรารู้ว่ากำลังสร้างประโยชน์ให้กับใครจะนำไปสู่การสร้าง "ตัวชี้วัดความสำเร็จ" ในการดำเนินงานของเราได้อย่างเป็นรูปธรรมกว่าตอนเริ่มดำเนินงานแน่ๆ ไม่ว่าผู้รับประโยชน์เหล่านั้นจะเป็น คนหรือสิ่งแวดล้อม และควรแบ่ง "ลำดับขั้นแห่งความสำเร็จ" เป็นหลายลำดับเพื่อให้เรามองเห็นและบอกต่อความสำเร็จนั้นได้ง่ายขึ้น อย่างน้อย "ดีต่อใจ" ของเราเอง

  • Impact หลักที่เป็นหัวใจขององค์กร

ในช่วงเริ่มต้นการทำกิจการนั้นเราจะพบเส้นทางในการสร้างรายได้ และด้านการสร้างผลกระทบ(Impact)อย่างมากมาย จากที่เราต้องรีบสร้างความมั่นคงให้กับกิจการ หรือแม้แต่การสนุกกับการได้พบ "สมมติฐานใหม่" ในการแก้ปัญหา หากแต่เราที่มีทรัพยากรจำกัดควรเลือกว่า Impact ใด ที่เราสร้างขึ้นได้จริงอย่างสอดคล้องกับเราเองที่สุด จะทำให้ กระบวนการในการสร้างผลกระทบทางสังคมของเรา(Impact model) มีความสามาถในการขยายผลออกไปได้ และกลายเป็นกรอบการทำงานทีชัดเจนสำหรับการเติบโตไปสู่ขั้นถัดไป

มีแค่ใจยังไงก็ไปไม่รอด

ยังต้องมี Structure หรือโครงสร้างการจัดการ ที่ทำให้กิจการอยู่รอด

  • มี business model ที่ชัดเจนทั้งในด้านทำกำไรและสังคม

การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการทำธุรกิจ และ กระบวนการสร้างผลกระทบทางสังคม ที่เรามีนั้นจะช่วยให้รามองเห็นภาพรวมของการดำเนินงาน และวางกลยุทธ์ของการเติบโตที่ชัดขึ้น เช่น ถ้ามีความสัมพันธ์แบบกระบวนการสร้าง impact มันหาเงิน หาคนมาสนับสนุนยาก เราคงต้องเน้นการสร้างรายให้อย่างน้อย มีจำนวนมากพอที่จะดำเนินการสร้าง impact เท่าที่เราทำได้ และหวังว่าเราจะยิ่งสร้าง impact เพิ่มขึ้นได้อีกเมื่อเราทำธุรกิจหาเงินได้เก่งกว่านี้ และถ้ากระบวนการในการสร้าง impact ของเรามีคนยินดีจ่ายเงินให้ทำหรือคนที่เราเข้าช่วยยินดีจ่ายเงินให้เรา ยิ่งต้องจัดการให้กิจการมีความสามารถในการจัดการต้นทุนเพื่อรองรับการขายที่เพิ่มมากขึ้นไปพร้อมๆกับการสร้าง impact ที่เพิ่มตามไปด้วย ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งจน

  • มีการจัดการและวางแผนทางการเงินอย่างดี ตรวจสอบได้และโปร่งใส

ข้อมูลในการทำธรุกิจที่อ่านได้จากงบการเงิน ข้อมูลทางบัญชีที่เหมือนจะสำคัญแล้ว แต่การนำเอาข้อมูลที่ไม่ใด้ใส่ในระบบเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่วัดความอยู่รอดของกิจการ เช่น ค่าแรงตัวเองที่ควรเป็น หรือค่าตอบแทนที่น้อยที่สุดที่ทำให้ไม่รู้สึกว่ากำลังเบียดเบียนตัวเองอยู่ หรือแม้แต่ความเข้าใจในภาระภาษี ทั้งภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ปัจจุบันจะยิ่งสำคัญ เพราะความไม่เข้าใจมักจะทำให้เกิดความบิดเบือนในการทำโครงสร้างต้นทุน ราคาขาย จนไปถึงการบริหารเงินสด ที่ทำให้กิจการล้มมามากมาย

  • มีการจัดการทีมที่ดี สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจไปถึงเป้าหมายได้

เมื่อเรามองเห็นการทำงานในแต่ละส่วนได้อย่างเป็นระบบแล้ว เราจะสามารถแบ่งถ่ายความรับผิดชอบบางอย่างในการดำเนินกิจการให้คนอื่นช่วยหรือแม้แต่การใช้ AI เข้ามาเสริมการทำงาน และความท้าทายในการบริหารทีมทำงาน วิธีการสื่อสารภายในทีม แนวทางการจัดการเพื่อให้ฟันเฟืองขององค์กรทำงานอย่างราบรื่นจะเป็นบททดสอบของการเป็นผู้ประกอบการในขั้นถัดไป

การมีโครงสร้างธุรกิจที่ดี จะช่วย SE สามารถทำสิ่งที่ใจรักได้อย่างยั่งยืน

ติดตามเคล็ดลับและเทคนิคในการทำงานของกิจการเพื่อสังคมเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.facebook.com/banpuchampions